1668752012 เข้าชม : 32 ครั้ง | ส่งข่าวนี้ไปที่

 

น้ำฟักทอง ประโยชน์ และข้อควรระวังการบริโภค

 

น้ำฟักทอง มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยมีงานศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนสรรพคุณของน้ำฟักทอง ในการส่งเสริมสุขภาพ ดังนี้

 

อาจช่วยป้องกันโรคหัวใจ

น้ำฟักทองอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุอาหารที่มีบทบาทช่วยควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ และช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต ป้องกันระดับความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจก่อให้เกิดโรคหัวใจ

จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร International Journal of Cardiology เมื่อปี พ.ศ. 2560 ที่ศึกษาเกี่ยวกับการบริโภคอาหารเสริมโพแทสเซียมในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง พบว่า การเสริมโพแทสเซียมให้ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงอาจช่วยลดความดันโลหิตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่ได้รักษาด้วยยาลดความดันโลหิต และผู้ป่วยที่มีระดับโพแทสเซียมต่ำ

 

อาจช่วยป้องกันโรคตา

น้ำฟักทองมีลูทีนและซีแซนทีน ที่เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Carotenoid) ซึ่งอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นและลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตา เช่น ตาบอด ต้อกระจก

จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร HHS Author Manuscripts เมื่อ ปี พ.ศ.2560 ที่ศึกษาเกี่ยวกับลูทีนและซีแซนทีนต่อสุขภาพตาและโรคตา พบว่า การบริโภคอาหารที่มีลูทีนและซีแซนทีนสูง อาจช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของจุดภาพชัดในดวงตา ลดการดูดซับแสงสีฟ้าจากหน้าจอ รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็น ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม โรคต้อกระจก และโรคต้อหิน

 

อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

น้ำฟักทองมีวิตามินซี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) จากอนุมูลอิสระที่ทำลายเซลล์ในร่างกาย และอาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในการต้านสิ่งแปลกปลอมรวมถึงเชื้อโรคที่ส่งผลให้เจ็บป่วย

จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrients ปี พ.ศ. 2560 ที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างวิตามินซีและระบบภูมิคุ้มกัน พบว่า วิตามินซีอาจช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นและส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ไวต่อสิ่งแปลกปลอมมากขึ้น เช่น เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส เชื้อรา เชื้อปรสิต ฝุ่น ควัน จึงอาจช่วยลดโอกาสการเจ็บป่วยได้

 

อาจช่วยควบคุมน้ำหนัก

น้ำฟักทองมีแคลอรี่ต่ำและมีไฟเบอร์สูง ที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน ลดพฤติกรรมการกินจุบกินจิบระหว่างวัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักหรือควบคุมน้ำหนัก

จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nutrition Reviews เมื่อปี พ.ศ. 2544 ที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไฟเบอร์และการควบคุมน้ำหนัก พบว่า การรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์เพิ่มขึ้น 14 กรัม/วัน เป็นเวลากว่า 3.8 เดือน อาจช่วยให้น้ำหนักตัวลดลง 1.9 กรัม ซึ่งอาจลดช่วยความเสี่ยงต่อโรคอ้วน หรือช่วยลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนักในผู้ป่วยที่เป็นโรคอ้วนได้อย่างมีนัยสำคัญ

 

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม : https://shorturl.asia/wDTVF

ขอขอบคุณข้อมูลจาก hello คุณหมอ